สวัสดีปีใหม่ ปีมังกรครับ
กลับมาอีกครั้งกับไดอารี่ของนาย F กับซีรี่ย์ "กรุงเทพ เต๊บขิงๆ" ไม่นึกเลยว่าจะได้เขียนมาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว
ซึ่งใครที่ไม่เคยอ่าน สามารถกลับไปอ่าน 4 ภาคที่แล้วได้ที่ลิงค์นี้นะครับ
กรุงเทพ เต๊บบบบบขิงๆภาค 1
กรุงเทพ เต๊บบบบบขิงๆภาค 2
กรุงเทพ เต๊บบบบบขิงๆภาค 3
กรุงเทพ เต๊บบบบบขิงๆภาค 4
ปล.ก่อนจะเข้าเรื่อง ขออัพเดทนิดนึง เพราะลืมตลอดเลย คือจะเอา MG กันดั้มวิงค์ที่ได้จากมี้ตติ้ง thai srw รอบที่แล้วมาโชว์ครับ ต่อเสร็จนานแล้วแต่รูปถ่ายน้อยมาก แถมตอนนี้มันอยู่ที่บ้านที่แพร่แล้วด้วย ยกฐานให้มันเลย เพราะหนักปีก

เบิร์ดโหมดก่อนละกัน ถือว่าเป็นพลาโม 1/100 ตัวแรกของผมเลยนะที่แปลงร่างได้ ขนาดเต็มมือดีจริงๆ แต่ขามันตกๆนิดหน่อย คงจะหนัก แต่มุมบนแบบนี้สวยเลย


คู่หูในฝัน...ยังคิดจะเอาใชน์นิ่งไปยืนขี่บนหลังเบิร์ดโหมดเป็นท่าประสานด้วยนะ แต่ยังไม่กล้าทำ



โดยส่วนตัวแล้วชอบวิงค์ร่างนี้กับวิงค์ซีโร่ครับ ส่วนร่าง EW ต้องขอผ่านเพราะปีกมันสวยเกินกว่าจะเป็นหุ่นรบ ดูเกะกะยังไงไม่รู้ เอาจริงๆในภาค EW ผมชอบแค่ทอลกีส 3 กับ นาตาคุ ดูทะมัดทะแมงดี
ส่วนอีกตัวคือ กันดั้ม OO Seven Sword ที่ลิงค์คุงซื้อมาฝาก


เหมาะกับการยืนเฉยๆมาก เพราะของเต็มตัวไปหมด ถ้าจะให้ดีต้องมีสแตนยืนลอยตัวไปเลยน่าจะเข้าท่า ยังไงก็ขอขอบคุณชาวไทยซูเปอร์โรบอทอีกครั้งสำหรับของขวัญเซอร์ไพร์สครั้งนั้น ผมจะเก็บไว้อย่างดีเลยครับ
มาเข้าเรื่องกันเลยดีกั่วววว...
ไปกรุงเทพรอบนี้เป็นครั้งที่ 5 ครับ ก็ยังขึ้นรถไฟไปเหมือนเดิม เนื่องจากว่าปีใหม่ 2-3 ปีที่แล้วอยู่กับครอบครัว ปีนี้เลยขอตัวรั่วๆไปเนียนฉลองปีใหม่ที่ กทม.บ้าง แต่ปีนี้ลงไปไม่ได้กะจะไปซื้อของเหมือนทุกทีนะครับ
อย่างครั้งที่แล้วท่านแม่ก็ดักคอไว้ว่าห้ามซื้อกันดั้ม ครั้งนี้อยากซื้อแต่ก็ซื้อไม่ได้อยู่ดี เพราะสั่งของไว้เยอะ...พอสั่งของทีละนิด สะสมๆเข้า มันก็เลยมากระจุกกันตรงปลายปีพอดี นึกได้ดังนั้น รอบนี้ก็เลยกะว่าจะไปเช้าเย็นกลับ เอาแค่กระเป๋าไปแค่ใบเดียว
สเตปเดิมครับ...ผมก็ขึ้นรถไฟที่เชียงใหม่แล้วไปเจอกับโนจังที่ลำปางเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมน่ะ...!! มันคือ รถไฟที่ผมนั่งมันเปลี่ยนใหม่!! ของเดิมตู้นอนจะเป็นแบบ 2 ที่นั่ง หันหน้าเข้าหากัน แล้วบนหัวคนนั่งจะมีพื้นที่สำหรับนอน 1ea พาดผ่านกลางหัวเลย คนที่นอนเตียงล่างต้องให้เจ้าหน้าที่มาเอาฟูกมาแปะระหว่างที่นั่ง 2 ที่นั่ง ก็จะได้ที่นอนเตียงล่าง 1 ea เช่นกัน...
แต่คราวนี้ไม่...สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือ ทางเดิน...ทางเดินมันไปอยู่ตรงขอบของตัวโบกี้ ไม่ได้อยู่ตรงกลางแล้ว 2 ข้างทางเป็นที่นั่ง มันไม่ใช่แล้ว...ทีนี้พอทางเดินดันไปอยู่ตรงขอบ ที่นั่งก็เลยมากระจุกกันอยู่อีกฟากของโบกี้ ก็เลยทำให้ดูแคบไปเลย แต่คราวนี้ เตียงนอนชั้นบนที่ปกติจะเป็นเตียงเดียวพาดข้ามหัวคนนั่งข้างล่าง กลับกลายเป็นเตียงเล็กๆที่อยู่ในระนาบเดียวกับที่นั่งข้างล่าง (ถ้าจะให้เห็นภาพก็คือเตียงนอนบนโดนผ่าครึ่งแล้วหันหัวเตียงไปในระนาบเดียวกับที่นั่งข้างล่าง)
แม่จ้าววว...อย่างงี้ความเป็นส่วนตัวก็หมดกันเลย เพราะผมนอนตั้งแต่รถไฟออกจากเชียงใหม่ กำลังฝันอยู่ พอถึงสถานีลำปางก็มีชาย-หญิงคู่นึงมานั่งฟากตรงข้ามจ้องผมอยู่ ผมก็ต้องลุกมานั่ง (เพราะยังไม่ถึงเวลานอน เจ้าหน้าที่ยังไม่มาปูเตียงให้ ขืนนอนต่อก็น่าเกลียดแย่) คือแบบว่า อารมณ์มันเปลี่ยนน่ะครับ ถ้าเป็นที่นั่งแบบเดิม ฟากตรงข้ามต้องเป็นที่นั่งของท่านโน แต่แบบใหม่นี่ นั้งจ้องหน้ากัน 4 คนเลย รู้สึกเกร็งๆมาคุยังไงไม่รู้
(ท่านโนก็ขึ้นมาบนรถไฟตามเวลา แต่ขึ้นที่หัวขบวน...ส่วนที่นั่งของ 2 เราอยู่โบกี้สุดท้าย)
แถมอีกนิด...พอดีผมเป็นประเภทถ้าอยู่ผิดที่ หรือ ไปอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยคุ้น จะไม่ค่อยกินอะไรมากนอกจากน้ำ เพราะมันจะปวดท้องขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เมื่อปวดท้องก็ต้องหาห้องน้ำ แล้วบางที่ไม่มีห้องน้ำบริการ นั่นคือนรก!!...
บนรถไฟผมรู้ดีว่ามีห้องน้ำแน่นอน แล้วก็ค่อนข้างจะดีกว่าในห้างด้วย แต่ก็อีกนั่นแหละ เราตัดไฟแต่ต้นลม ก็นอนมันซะเลยให้ลืมหิว แต่ไม่วายผมก็ต้องตื่นมาจนได้เพราะซัดน้ำไปเยอะ แถมแอร์โบกี้นี้ "เมิงจะเย็นไปไหน!!" ผมใ่ส่เสื้อกันหนาวอยู่ ถุงเท้าก็ด้วย บวกผ้าห่มอีกผืนเอาแทบไม่อยู่ ประมาณว่าลงจากรถไฟแล้วเปลี่ยนสัญชาติจากชาวแพร่เป็นชาวเอสกิโมได้เลยนะ... ปวดฉี่ครับ...
ครั้งนี้ก็เลยได้ลอง...สุขาแบบ เจแปนนิส สไตล์ เอ้อ...มีให้บริการจริงๆนะ ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นของจริง ไม่รอช้า ผมก็ต้องเข้าห้องนี้แหละ เนื่องจากสุขาแบบปกติมีคนเข้าอยู่ก็เลยเปิดไม่ออก สุขาเจแปน เป็นแบบนั้นเลยครับ คือหันหน้าเข้ากำแพงถ้าคุณจะถ่ายหนัก แล้วที่กำแพงจะมีราวให้จับ โถฟากด้านหน้าเราก็จะมีพื้นที่โค้งๆโผล่ขึ้นมาเหมือนในการ์ตูนเลย มีสายฉีดด้วย ถูกใจๆ...
พอมาลงที่หัวลำโพง รถไฟก็ยังคงรักษาสถิติเดิมคือ เลตอีกแล้ว ได้ลงตอน 8 โมง...กิจกรรมเดิมๆก็ได้เริ่มขึ้น
กินข้าวมันไก่หัวลำโพง...เข้าห้องน้ำ เดินวนๆเป็นแมงสาบ (แน่สิ...นัดกันที่ห้างแต่ห้างยังไม่เปิด)
พอได้เวลาก็ไปกันด้วยรถไฟฟ้า เอ้อ!!...รอบนี้ท่านโนไม่พาหลงไปสวนลุมแล้ว สถิติดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พอมาถึงก็มายืนรอซินเนอร์ที่หน้าเวิร์ลเทรด แล้วก็ไปที่คิโนะเพื่อฆ่าเวลารอหมึกแดง
รอบนี้ไปเจอคอมมิค G กันดั้มที่วาดใหม่ ออกมา 6 เล่มแล้ว น่าสนใจมาก แต่งบน้อยก็เลยสอยมา 1 เล่ม
เริ่มเล่ม 1 มาก็แนวแล้ว จะใช้"ไชน์นิ่งฟิงเกอร์"ทีนึง เสียกระดาษไป 4 หน้า...เท่แสลดดดดด
ลายเส้นอาจจะไม่ค่อยถูกใจเด็กรุ่นใหม่เท่าไหร่ แต่ความมันส์ในการสานเส้น เอาไปเต็ม 100
แต่ก่อนจะเอาไปคิดเงิน ซินเนอร์ก็ชี้ไปที่คอมมิค Muv-Luv เล่มที่ 5 ซึ่งผมพลาดไป 1 เล่ม
.............เอา จีกันดั้มไปเก็บที่เดิม แล้วสอยเล่มนี้แทน.............
"เอ่อ จีกันดั้มน่ะ มันอยู่ในใจแล้ว...แถมมีอ่านแสกนเล่มแรกๆแล้วด้วย"
อย่างว่า...เล่มนี้กำลังดราม่า ขาดได้ไง...
ส่วนเล่ม 7 นี้เป็นเล่มล่าสุด ดีที่ซินเนอร์ซื้อเก็บไว้ให้...เห็นปกแล้วแทบใจสลาย เพราะแสงฟุ้งๆนี้แหละ...หน้าสุดท้ายในเล่มนี้ เป็นชะตากรรมอันโหดร้ายของสาวๆใน Muv-Luv...ซิกๆ
เล่มนี้ซื้อเองครับ หลังจากไม่ได้ซื้อการ์ตูนมาแทบทั้งปี เล่ม 3 หาที่เชียงใหม่ไม่เจอแฮะ แล้วก็เหมือนว่าคนวาดจะดองไปแล้วด้วย...
อ้อ รอบนี้โมสาด เพื่อนของซินเนอร์ก็มา เพราะต้องรบกวนเขาไปรับไปส่ง
ตอนนี้คนใกล้จะครบแล้ว เหลือแต่หมึกแดง เราก็เลยมารอกันที่เบอร์เกอร์คิงส์ ที่ต้องรบกวนหมึกแดงให้ออกมาเพราะฝากของไว้ครับ ตอนมา กทม. ครั้งที่แล้ว ผมสอยฟิกเกอร์จีนเป็นตัวไรเดอร์ของเฟท สเตไนท์มา แต่สีเลอะ ก็เลยได้ฝากฝังให้หมึกแดงแก้สีให้ แถมยังฝากหมึกแดงสั่งซื้อฟิกเกอร์ คริสก้า จากมัฟลัฟทอทัล อีคริปส์ ด้วย แล้วก็ยังมีเสื้อวีเพรย์ ฟอร์ เจแปนกับ MG จิมอีก 1 ตัว ฝากไว้ที่หมึกแดงหมดเลย
ผ่านไป 10 นาที หมึกแดงก็ปรากฏกาย 2 มือก็หิ้วกล่องฟิกเกอร์กับถุงใส่จิมมาด้วย ก็เลยได้จ่ายค่าภาษีให้ประมาณ 400 กว่าๆ แต่ไอ้ครั้นว่าได้ของแล้วจะกลับเลยก็เสียมารยาทน่าดู หมึกแดงอุตส่าห์เอาของมาให้ ก็เลยนั่งเมาท์กันดั้ม เมาท์เกม แซวกันไปเรื่อย (อ้อ เมาท์กันเรื่อง กันดั้มซี๊ดที่จะรีมาสเตอร์ใหม่ด้วย อันนี้เมาท์มันส์)
เป็นอีก 1 ตัวที่คิดว่า ในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ครอบครองมั้ยหนอ...
มาสเตอร์เกรด 1/100 RGM-79 จิม หรือที่ผมกับเพื่อนเรียกว่า RGM รุ่นกระจอก... ก็มันกระจอกจริงๆนี่นา แต่ว่าก็ว่าเถอะ ผมชอบหน้ากล่องมากกว่าตัวโมอีก วาดซะหล่อเลย...ตัวนี้ได้มาเป็นรางวัลจากที่เคยวาดรูปประกวดหัวข้อ
Gundam We Pray for Japan ครับ
พอคุยกันได้ซักแป็บก็บ่ายพอดี ดีที่ได้โมนี่แหละเอารถมารับ วันแรกนี้จึงไปนอนบ้านโมกันเพราะจะกลับเชียงใหม่ก็คงไม่ทันแล้ว แถวบ้านโมก็ผ่านน้ำท่วมมาเหมือนกัน ตอนนี้ดูแทบไม่ออกเลยว่าโดนน้ำขังเป็นเดือนๆ
เหตุที่ต้องไปนอนบ้านโมเพราะว่า ผมต้องไปเอา PS3 ที่เดือนก่อนๆฝากโมซื้อไว้ (จริงๆที่ปีนี้ลง กทม. ก็เพราะเจ้าเครื่องนี้แหละ) แต่แทนที่จะได้ตะลึงกับ PS3 ของตัวเอง ดันไปตะลึงกับพวกฟิกเกอร์ในห้องโมซะได้...
สาวๆนุ่งน้อยเพียบเลย ยืนปนๆกับพวกกันดั้ม สวรรค์ชัดๆ
ไม่ได้มองกันดั้มเลยกรู...เจอแต่แอร์แบค หลายลูก เหอๆ
ก่อนจะเจิม PS3 ก็มาแกะกล่องดูฟิกเกอร์สาวๆที่สั่งซื้อมาก่อนละกัน...
ปะชะวิ้ง...ต้องขออภัยด้วยว่าใช้กล้องมือถือ เดี๋ยวอีก 2-3 วันจะอัพภาพฟิกเกอร์พวกนี้ชัดๆอีกทีนะคับ
ไรเดอร์จังตัวนี้ ผมหน้ามืดซื้อมาตอนลง กทม. ครั้งล่าสุดในราคา 500 นิดๆ เป็นของก็อปครับ ตอนเดินดูมันก็สวยดี แต่พอแกะออกมา สีเลอะ!! สีหม่นๆด้วย ก็เลยต้องให้หมึกแดงไปซ่อมสีนิดหน่อย รอบนี้เลยลงมารับกลับไป
ตัวนี้เอาจริงๆผมว่าถ้ามองไกลๆหน่อยก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนะ ของก็อปก็งี้แหละ ตั้งไว้หน้าคอม เบื่อๆก็หันไปมองก็เป็นความสุขทางใจดีเหมือนกัน
แรร์ไอเท็มที่ไม่คิดว่าจะได้มา ลาเมียจังขนาด 1/8 จริงๆเป็นของโม แต่ด้วยสายตาวิงวอนอ้อนเท้า โมก็เลยยกให้ แต่สภาพก่อนหน้านี้ ตัวฟิกเกอร์ยืนเอนไปข้างหน้า ต้องเอาไดร์เป่าผมเป่าขาให้เนื้อมันอ่อนๆแล้วดัดใหม่ แต่ก็ว่าไม่ได้ ของมันหายากแล้ว เป็นพระคุณจริงๆ
เสียดายที่กล้องไม่ชัด ไอ้ครั้นจะสอยตัวชุดว่ายน้ำแบบเรซิ่นก็เกินกำลังครับ แบบนี้กำลังดี
นี่แหละที่ภาคภูมิใจ สั่งไปตั้งนาแต่ญี่ปุ่นติดแผ่นดินไหว ของเลยได้ช้า คริสก้าจัง 1/7 ในชุดชั้นในกับปืน
รูปเยอะหน่อย เพราะสมราคาคุยครับตัวนี้ ลูกตานี่ได้อารมณ์ลายเส้นการ์ตูนมาก ต้องเก็บ ทาคามูระ ยุย อีก 2 แบบ จะได้เข้าคู่กัน
พอใจกับเซตนี้ครับ คิดว่าเอากลับไปแพร่จะหาที่วางสวยๆ วางเป็นชั้นๆ เวลาเบื่อๆ หัวตันๆ หันไปดูจะได้กระชุ่มกระชวยขึ้นบ้าง
ทีนี้พอได้รับเครื่องแล้ว ก็ได้รับของสมนาคุณ(ในราคา 3000 กว่าบาท) เป็นเกม Gundam Extreme VS มา 1 ea
จะเล่นทีต้องดูแลแผ่นกันหน่อย ไม่เหมือนสมัย PS1 แล้ว พอได้ลองเล่นถึงได้รู้ว่าเกมมันหน่วงๆชอบกล ปกติเล่นกันดั้ม VS Next Plus ใน PSP มันเร็วกว่านี้มากก็เลยยังไม่ค่อยชิน แต่ตอนนี้เริ่มมีตัวที่เหมาะมือแล้ว คือ ก็อดกันดั้ม ครอสโบนกันดั้ม X2 กูฟB-3คัสต้อม แอสเทรย์เรดเฟรม...ภาพสวยมาก
แต่เล่นไปได้พักเดียวท่านแม่ของโมก็ใช้ให้ไปทำธุระที่ธนาคาร พวกเราก็ต้องออกไปพร้อมกันหมด แล้วพอดีคนคงจะเยอะ กว่าธุระจะเสร็จก็ 6 โมงเย็นโน่น ได้ฤกษ์หาข้าวเย็นกินกันรวดเดียวเลย...แน่นอนว่ามา กทม. ทุกครั้งจะต้องได้กินสิ่งนี้
"พิซซ่าาาาาาาาาาา"
คราวนี้เป็นพิซซ่านาราย ซึ่งผมก็เพิ่งได้ยิน เห็นโมการันตีว่าอร่อย ก็เลยจัดหนัก เริ่มจากถาดกลางหน้าทะเล(มั้งนะ) โมกับซินเนอร์รองท้องก่อนคนละ 1 จาน ก่อนกลับ ท่านโนก็สั่งถาดใหญ่(หน้าอะไรจำไม่ได้แล้ว)กลับบ้านอีก 1 แต่รวมๆผมกินไป 2 ชิ้นก็อิ่มแล้ว
นี่เลย โมกินแบบชิวๆ...
...ตามนั้น....
พออิ่มแล้วก็กลับมาบ้านโม อาบน้ำเสร็จก็ซัดกันดั้มกันต่อ แต่เล่นนานไม่ได้เพราะต้องวาดรูปด้วย (รูป h ล้วนๆ) แต่คืนนี้ปิดท้ายด้วยหนังฮาๆเรื่องนึง
ฮากาเนะเอฟแอนท์โมสาดซินเนอร์โนจังพลัส เอนเตอร์เทนเมนท์ นำเสนอ
"Future Cops - สตรีท ไฟท์เตอร์ส บันล็อค คนทะลุมิติ~อิอิอิอิอิอิอิอิ"
ซ้ายล่างสุดนะครับ เรื่องนี้แหละ...
แ_่ง แค่ชื่อก็น่าดูเห้ๆแล้ว...
ตอนแรกก็ว่าหนังอะไร รู้สึกจะเป็นหนังยุค 90 รายชื่อนักแสดงคุ้นๆหูทั้งนั้น เท่าที่จำได้มี หลิวเต๋อหัว จางเหว่ยเจี้ยน เจิ้งอี้เจี้ยน ฯลฯ แต่มันเป็นสตรีทไฟท์เตอร์คนละโลกกับในเกมนะ บันล๊อคเป็นพระเอกจากอนาคต ย้อนเวลากลับมาในอดีตเพื่อตามหาว่าที่ผู้พิพากษาที่ในอนาคตคนคนนี้เป็นผู้ตัดสินโทษเวก้า............
หนังแนวมากครับ บันล็อค กิลล์ ดาซิมเป็นพวกเดียวกัน...
บันล๊อค หน้ากากครึ่งซีก มือกรงเล็บหมุนได้แบบเก็ตเตอร์ดริล...
กิลล์ หัวไม้กวาดหน้าตาเอเชียมาก แถมโซนิคบูมมีชื่อแบบเอเชียๆว่า ดาบวงพระจันทร์...
ดาซิม มีเสื้อใส่แล้วหน้าทะเล้นอีกต่างหาก ลักษณะโดยรวมเหมือนคนสวนมากๆ...
เคน ผมยาวเป็นตัวร้าย เท่สุดในเรื่องละ...
สกัด คาดตาเหมือนเดิมแต่มีผม...
ฮอนดะ เปลี่ยนชื่อเป็นโตโยต้า(จริงๆ)...ฯลฯ
ตัวเด่นๆมีเท่านี้ ส่วนตัวละครสมทบนี่ก็ฮาพอกัน มีชุนลีมา 2 คน ริวแม่งไม่มีบทเลย บลังก้าก็ยังอุตส่าห์มาแจมด้วย ตบท้ายด้่วยโงกุน...!?ใครอยากอ่านเนื้อเรื่อง
เชิญกด
เอาเป็นว่าผมดูจบแล้วไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เรา 4 คนหัวเราะจนเมื่อปาก เจ็บท้องไปหมด หนังมีแต่มุขแบบดิบๆ ตรงๆ ไม่มีนัยแฝงอะไรทั้งสิ้น มั่วขนาดว่ามันเอามาริโอ้มามิกส์ในเรื่องด้วย ประหนึ่งว่าเป็นเกมคอนโซลเหมือนกัน แถมได้ทีมพากษ์พันธมิตมาบวกอีก โคตรประทับใจ เรื่องนี้ผมแนะนำเลย ใครไม่เคยดู ลองดูหน่อยก็ดีครับ โนจังโคตรติดใจ (แต่ส่วนตัวผมฮาบลังก้าที่สุดละ) สรุปว่าได้หลับกันประมาณตี 3 เพราะหัวเราะจนเหนื่อย...
ตื่่นเช้ามาประมาณ 8 โมง วันนี้วางแผนไปกินข้าวเที่ยงกันที่เซ็นทรัลพระราม 2 คือกินเสร็จแล้วก็ต้องแยกกับโมตรงนี้เลย แล้วไปนอนบ้านซินเนอร์ต่อ ก็เลยจัดหนักกันไปกินที่ ฮอทพอท หัวละ 299 คนกินไม่คุ้มอย่างผมก็ไปเนียนกินกะเขา เหมือนไม่ได้ไป(ฮาๆ) จริงๆก็ว่าจะไม่มีอะไรเมาท์เรื่องนี้แล้วนะ แต่ขอซะหน่อย มันมีเรื่องฮาๆอยู่นิดนึง...
อันนี้น้ำจิ้มของท่านโนครับ...เห็นแวบแรก แปลกใจว่า ไอ้เขียวๆนั่นมันน้ำจิ้มอะไรหว่า...? พอถามไปถามมาท่านโนทำหน้าเซ็งๆแล้วบอกว่า...ไม่ใช่น้ำจิ้มหรอก มันคือ..."น้ำเขียวเฮลบลูบอย"
...เฮ้ย...
ถามว่าไปอีท่าไหนถึงได้ใส่น้ำเขียวมาจิ้มเทมปุระแบบนี้...แกบอกว่าขวดมันดำๆมืดๆ นึกว่าซีอิ๊วอะไรซักอย่าง สีเขียวนี้ก็นึกว่าวาซาบิแบบใหม่...หวานเจี๊ยบ...
อ้อ...วันนี้พอแยกกับโมปุ๊บก็มีสมาชิกเข้ามาเสียบตำแหน่งแทนชั่วคราวนั่นคือ...Candledevas หรือ เทียนนั่นเอง แบบว่าจะปีใหม่แล้วว่างแป็บนึงเลยนัดเจอกัน เคยเจอครั้งเดียวตอนมีตติ้งงาน 10 ปี 10 บอร์ด ตอนนั้นยังผมยาวๆอยู่เลย
ผมสั้นแล้วดูเป็นนักธุรกิจดีจังเลยนะ ส่วนท่านโนปีนี้ก็หุ่นอาเสี่ยกว่าเดิมหน่อยเหมือนกัน
"ปีนี้จะวาดลายสก๊อตแบบไหนดีน้า~~~~~~"
เทียน :"ด้วยเกียร์ติของเทียน เทียนจะเทิดทูนลายสก๊อตไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่..."
โนจัง :"มันต้องถุงน่องเซ่!!"
เห็นแบบนี้ เล่นกันดั้มเก่งนะเออ โดยเฉพาะ อัคไก กับ ZZ กันดั้ม ตัวโปรดของเทียนเขาล่ะ แต่ต้องขอโทษเทียนด้วย ในเกม SDGO ผมไม่สามารถหมุนหา อิมพัลส์กันดั้มให้ได้ เพราะตอนหมุนให้ท่านโนกับซินเนอร์ผมใช้โชคไปหมดแล้ว...(รวมๆคือ หมุนได้อิมพัลส์มา 3 ตัว รวมของผมด้วย แต่โชคคงหมดพอดี...)
ได้อยู่เล่นเกม วาดรูปกันถึง 5 โมง เทียนก็กลับ ปีหน้าคงได้เจอกันอีกนะ
พอหลังเคาท์ดาวน์ปีใหม่ เราๆก็ปั่นรูปกันลืมตาย แบบว่ารอบนี้มาได้ไม่กี่วัน แต่เบ็ดเสร็จก็ได้รูปมากว่า 20 รูปล่ะมั้ง และส่วนใหญ่จะเป็นสาวๆเซอร์วิช
แอทจี้ โดย โนจัง
คาเทีย โดย โนจัง
รีน่าโดย ซินเนอร์
คาลเวียชุดมาริโอ้ โดย ซินเนอร์
ซาคุยะ โดย ผม...
ชิงุเระ โดย ผม...
ชิงุอีกรูป โดย โมสาด
นอกนั้นก็เป็นรูปวาดรวมๆหลายๆคนครับ ปีนี้มีเทียนมาแจมด้วย
ปีนี้ผมวาด h ซะส่วนใหญ่เลยไม่สามารถแปะได้ ก็เลยมีรูปน้อยน่ะฮะ แถมดูเหมือนฝีมือจะดรอปลงเยอะเลย TWT
แถมท้ายด้วย มาดี แมวอีกตัวที่บ้านซินเนอร์ ล่าสุดตัวเล็กนิดเดียว มาเห็นตอนนี้โตขึ้นเยอะ รอบนี้ไม่ได้ถ่ายเจ้ามารวย เพราะทำหน้าเซ็งเหมือนไม่อยากให้ถ่าย ส่วนเจ้ามาดีทำหน้าเหมือนว่า "ห๊ะ!! นั่นมันอะไรวะ!!" ตื่นกล้อง...
ปีนี้คนน้อยเพราะกลับต่างจังหวัดกัน เหนื่อยหน่อยตอนขนของกลับวันสุดท้ายนี่แหละ โดยเฉพาะ PS3 ไม่กล้าใส่ไว้ในตู้ฝากของเลย แต่ปีนี้ก็สนุกดีครับ ถึงตอนขาไปจะบ่นอุบว่า "ครั้งหน้าไม่มาแล้วว้อย เหนื่อย" ก็เถอะ แต่ก็คงได้มาอีกนั่นแหละ ถ้าวันหยุดยาวๆมาถึงนะ
ยังไงก็ขอบคุณท่านโนที่ไปเที่ยวเป็นเพื่อน
ขอบคุณซินเนอร์เจ้าบ้านที่ให้ที่อยู่ น้ำ อาหาร ไฟ เกม H ฯลฯ ฟรีๆ
ขอบคุณหมึกแดงที่อุตส่าห์หอบของหนักๆมาให้
ขอบคุณโมสาดที่เป็นธุระซื้อและเก็บรักษา PS3 ไว้ให้แถมยังแถมฟิกเกอร์ลาเมียมาให้ฟรีๆอีก
ขอบคุณเทียนที่มาตีกันดั้มด้วยกัน
ปีหน้ามามีตติ้งกันใหม่อีกนะ TWT/
แถมท้ายอีกนิด รอบหน้าจะมาแกะกล่องแฉกันอีก เพราะของที่ผมสั่งซื้อไปของปีนี้ยังไม่หมดดดด!!
เซตนี้ยังไม่ถึงมือผม เพราะฝากโด้คุงซื้อที่ญี่ปุ่นครับ
การ์ด กันดั้มวอร์ กับคอมมิค Muv-Luv ทอทัลอีคริปส์ เล่ม 3
รีโวลเทค ทาเคมิคาสึจิ ไทป์ 00R กับหนังสือ Muv-Luv ทอทัลอีคริปส์ TSC ครอสโอเปอร์เรชั่น เล่ม 4
ปิดท้ายด้วยพลาโม ทาเคมิคาสึจิสีแดง ไทป์ 00F เครืิ่องของ สึคุโยมิ มาน่า ที่ออกเป็นลิมิเต็ด อีดิทชั่น(แถมปืนกระบอกนึง...) ส่วนชิรานุย นิกาตะ เดม่อนคัลเลอร์ข้างๆเป็นของโด้คุง ตอนนี้โด้คุงก็กลับมาไทยแล้ว ซักเดือนมีนาเขาจะขึ้นมาเชียงใหม่ ตอนนั้นคงได้ชำแหละให้ดูว่ามีอะไรบ้าง
ปีนี้ตูซื้ออะไรเยอะแบบนี้เลยเหรอเนี่ย...ต่อไปไม่เอาแล้ว ซื้อปุ๊บเอาของปั๊บเลยดีกว่า ดองไว้มาเอาทีเดียวแบบนี้ตายแน่ ขอบคุณโด้คุงที่เป็นธุระหาของมาให้ด้วยครับ
กรุงเทพเต๊บขิงๆตอนที่ 5 ก็ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณที่ทนอ่านบทความระบายความในใจกันมาอย่างยืดยาว ฮาๆ
สวัสดีปีใหม่อีกครั้งนะครับ ขอให้มีความสุขในปีมังกรนี้ครับ
(ปีนี้เกียร์บันก็จะมาด้วย เราจะได้เห็นยานมังกรดอลกีรันเวอร์ชั่น 3D แล้ว)